อดีตพนักงานเคยคิดสั้น หันมาขายลูกชิ้นสู้ชีวิต รายได้ดี!

อดีตพนักงานเคยคิดสั้น หันมาขายลูกชิ้นสู้ชีวิต รายได้ดี!

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

“คุณณรงค์ศักดิ์ วงษ์รัตน์” วัย 47 ปี เจ้าของร้าน ลูกชิ้นปิ้งสู้ชีวิต (หมูแท้) ข้างตึกเอ็มไพร์ สาทร ซึ่งกว่าเขาจะมีถึงทุกวันนี้ เขาก็เจอปัญหาอุปสรรคไม่น้อยเลย ซึ่ง อาชีพแรกในชีวิตของเขา คือ การเป็นพนักงานเจียระไนเพชรพลอย ที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ รายได้ดี แต่พอผ่านมาได้สักพักก็เจอปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตก จึงไปสมัครเป็นพนักงานบริษัทแอร์โรว์ ผลิตจำหน่ายท่อเหล็กเคลือบสังกะสี แต่กลับต้องลาออกอีกครั้ง เพราะเจอปัญหาเดิมจากพิษเศรษฐกิจ ทำให้เขาคิดว่า การเป็นลูกน้องคนอื่น อาจไม่ใช่ทางของชีวิต จึงล้มเลิกความคิดสมัครเป็นพนักงานประจำ

จากนั้น เขาจึงหันไปเป็นเจ้าของกิจการ เริ่มจากการรับซื้อน้ำยาง แต่สภาพเศรษฐกิจไม่เป็นใจ ราคายางตกก็เขา จึงลองเป็นเจ้าของรถรับส่งปลาที่จังหวัดอุบล แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นดั่งใจหวัง เพราะอาชีพนี้ได้คร่าชีวิตลูกน้องไปหลายคน จากอุบัติเหตุรถขนปลาคว่ำ ทำให้เริ่มท้อใจ หันไปทางใดก็มืดแปดด้าน เจอแต่ทางตัน ช่วงเวลานั้น เขาได้เกิดความคิดอยากจะฆ่าตัวตาย เพื่อจบชีวิตที่ล้มเหลวนี้ แต่แล้วเขาก็ได้คิดถึงหน้าลูก เขาจึงคิดขึ้นได้ว่า ต้องอยู่สู้เพื่อลูก ความคิดที่จะฆ่าตัวตายเลยหายไป เลยไปนั่งปรับทุกข์กับกลุ่มเพื่อน มีสังสรรค์ตามประสาผู้ชาย และมีโอกาสได้กินลูกชิ้นปิ้งแกล้มเหล้า เขาก็เห็นว่า เอออร่อยดี อยากลองขายดู สู้มันอีกสักครั้ง แถมลงทุนน้อย เพียงแค่หลักพัน สุดท้าย ร้านลูกชิ้นปิ้งสู้ชีวิต ก็สามารถอยู่มาได้ถึง 7 ปี

ในการเริ่มต้นขายลูกชิ้นปิ้ง เขาได้ไปรับแฟรนไชส์มาจากบริษัทหนึ่ง ผ่านพ่อค้าคนกลาง ลงทุนหลักพันต่อหนึ่งวัน รายได้ต่อวันเฉลี่ยตกครั้งละ 5,000 บาท รวมข้าวกล่องด้วยที่รับมาขาย รายได้ไม่มาก แต่ก็สามารถอยู่ได้ เพราะลูกชายทั้งสองก็ทำอาชีพเสริมช่วยตนอีกแรง ทางร้านมีลูกชิ้นปิ้ง 2 ชนิด คือ เอ็นหมูและเนื้อหมู ราคาไม้ละ 10 บาท แม้รับแฟรนไชส์มา รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ เขาก็ให้การใส่ใจเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด รสชาติ ทำให้มีฐานลูกค้าประจำ และเขาได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ผมไม่มีหลักยึดในการขาย มีแต่คำว่า ห้ามหยุด” เพราะถ้าหยุดแล้วรายได้ของเราก็ต้องหายไป 1 วัน

READ  "นายอ้วนเย็นตาโฟ" ในมือทายาทรุ่นที่ 3 ที่ขยายไป 14 สาขา
บทความที่เกี่ยวข้อง