ล็อบสเตอร์

10 เรื่องล็อบสเตอร์ ที่คุณรู้แล้วต้องอึ้ง!

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

ถ้าเอ่ยชื่อ “ล็อบสเตอร์” แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะต่อให้จะไม่เคยได้ลองทาน ล็อบสเตอร์ เลยสักครั้งในชีวิต คนส่วนใหญ่ก็รู้ดีว่า ล็อบสเตอร์ คือหนึ่งในเมนูอาหารทะเลจานหรู ที่มีรสชาติอร่อยที่สุดเมนูหนึ่งในโลก ซึ่งคนทั่วโลกต่างก็ยกนิ้วให้กับความอร่อยที่หาตัวจับยาก

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความจริงอยู่เบื้องหลังเกี่ยวกับ “ล็อบสเตอร์” อีกมากมาย ที่ทุกคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่ง 10 ข้อจากนี้ไป คือเรื่องราวความว้าวของล็อบสเตอร์ ที่เมื่อรู้แล้ว อาจทำให้เรายิ่งหลงรักล็อบสเตอร์มากขึ้นอีกหลายเท่า

ล็อบสเตอร์

1.วันล็อบสเตอร์แห่งชาติมีอยู่จริง

ปกติแล้ววันหยุดวันเฉลิมฉลองเทศกาลประจำปี ถือเป็นวันสำคัญที่คนในประเทศย่อมรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ใครจะคิดล่ะว่า จะมี “วันล็อบสเตอร์” ถูกกำหนดขึ้นไว้แบบเป็นทางการด้วย

โดย “วันล็อบสเตอร์แห่งชาติ” นั้น จะตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน ของทุกปี ซึ่งในงานวันนี้ ร้านอาหารต่างๆ จะมีโปรโมชั่นเด็ดเมนูล็อบสเตอร์ ออกมาให้คนรักอาหารทะเล และผู้ที่ชื่นชอบล็อบสเตอร์ทุกคนได้อิ่มเอมกันแบบจัดหนักจัดเต็ม

2.ล็อบสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ปกติล็อบสเตอร์ก็ถือเป็นสัตว์ทะเลที่มีขนาดใหญ่ยักษ์อยู่แล้ว และด้วยความใหญ่โตของล็อบสเตอร์นั้นเองที่ทำให้ดูน่าทานและมีความพิเศษกว่ากุ้งทั่วๆ ไป

แต่ทั้งนี้ทราบหรือไม่ว่า กุ้งล็อบสเตอร์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยถูกจับได้และบันทึกลงกินเนสบุคไว้นั้น มีน้ำหนักมากถึง 44.4 ปอนด์ หรือประมาณกว่า 20 กิโลกรัม ถูกจับได้ในโนวาสโกเซีย ประเทศแคนนาดา

READ  ‘กุ้งล็อบสเตอร์’ ทานอย่างไรให้อร่อย จนต้องร้องขอชีวิต

3.ล็อบสเตอร์ ไม่ใช่ กุ้งมังกร

มักมีความเข้าใจผิดกันอยู่เสมอว่ากุ้งล็อบสเตอร์กับกุ้งมังกรนั้น เป็นสัตว์ทะเลชนิดเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ ซึ่งถามว่า ความแตกต่างอยู่ตรงไหน คำตอบแรกเลยก็คือ ความอร่อย รสชาติ เนื้อสัมผัส ของล็อบสเตอร์ และ กุ้งมังกรจะไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าถามว่าอะไรอร่อยกว่า ตรงนี้ก็อาจจะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วย

แต่ทั่วโลกนั้นเอนเอียงไปทางให้ล็อบสเตอร์อร่อยมากกว่า นอกจากนั้นแล้ว ในลักษณะทางกายภาพที่ให้สังเกตแบ่งแยกง่ายๆ ก็คือ ล็อบสเตอร์จะมีก้ามใหญ่โต หนวดไม่ยาว แต่กุ้งมังกรนั้น จะหนวดยาว และไม่มีก้าม นั่นเอง และพอรู้แบบนี้แล้ว เราก็จะเลือกซื้อกุ้งล็อบสเตอร์ได้ถูกต้องมากขึ้น ไม่ถูกหลอกเอากุ้งมังกรมาให้แทน

4.ล็อบสเตอร์ไม่มีเส้นเสียง กรีดร้องไม่ได้

เนื่องจากอาหารทะเลนั้น จะให้ทานได้อร่อยที่สุดคือต้องเป็นการปรุงแบบสดๆ หมายถึง นำล็อบสเตอร์แบบที่ยังมีชีวิต มาปรุงสดๆ เลย เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ด้วยเหตุนี้เอง เวลาที่นำล็อบสเตอร์ตัวเป็นๆ ไปนึ่งในซึ้ง เราจะได้ยินเสียงคล้ายเสียงกรีดร้อง จนทำให้เกิดความรู้สึกสงสารหวาดกลัว และดูเหมือนเป็นการทรมาน

แต่ในความเป็นจริงเสียงเหล่านั้นไม่ใช่เสียงกรีดร้องของล็อบสเตอร์ แต่เป็นเสียงของอากาศที่ติดอยู่ในท้อง ซึ่งจะถูกแรงดันความร้อนทำให้ระบายออกมา ทั้งนี้ ล็อบสเตอร์ไม่มีเส้นเสียง จึงไม่สามารถกรีดร้อง หรือส่งเสียงใดๆ ได้

5.ล็อบสเตอร์เคยเป็นอาหารสำหรับนักโทษมาก่อน

ปัจจุบันล็อบสเตอร์จัดเป็นอาหารหรูหรา ที่มีราคาแพง และอาจเรียกได้ว่า คนจนๆ หรือบางทีชนชั้นกลางทั่วไปก็อาจเอื้อมไม่ถึง ด้วยราคากิโลกรัมละ 1,600 บาทขึ้นไป หรือเมื่อนำไปปรุงเป็นเมนูแล้วก็จะมีราคาสูงมาก จึงทำให้ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทานได้ แต่หากย้อนกลับไปในอดีตกาลสมัยที่โลกของเรายังมีการล่าอาณานิคมอยู่

ล็อบสเตอร์ในยุคนั้นมีมากมายจนเหลือล้น ทำให้ถูกนำไปทำเป็นอาหารเสิร์ฟสำหรับคนรับใช้และนักโทษ หรือแม้กระทั่งใช้ทำเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม ใช้เป็นเหยื่อในการจับปลาอื่นๆ แต่เนื่องจากทุกวันนี้ จำนวนล็อบสเตอร์ลดลงไปกว่าแต่ก่อนมาก ทำให้กลายเป็นของหายากและมีราคาแพงเหมือนทุกวันนี้ในที่สุด

6.ล็อบสเตอร์คืออาหารของคนต้องการสร้างกล้ามเนื้อ

ล็อบสเตอร์เป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์มากๆ จริงๆ ก็เหมาะมากสำหรับคนทุกเพศทุกวัย แต่ด้วยเพราะเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ 85 กรัม มีพลังงานต่ำกว่า 100 แคลอรี่ มีไขมันเพียงแค่ 2 กรัม

แต่มีโปรตีนถึง 28 กรัม จึงทำให้ล็อบสเตอร์กลายเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีของคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ หรือต้องการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7.ล็อบสเตอร์ไม่ได้มีสีแดง

ปกติที่เวลาเราเห็นล็อบสเตอร์วางอยู่บนโต๊ะอาหารนั้น เราก็มักจะเห็นเป็นสีส้มแดง กันเป็นส่วนใหญ่ จนพาลให้คิดไปว่าล็อบสเตอร์มีสีแดง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ล็อบสเตอร์เป็นสีส้มแดงนั้นเพราะนึ่งสุกแล้วต่างหาก ส่วนสีจริงๆ ของล็อบสเตอร์นั้นมีหลากหลาย ตามแต่สายพันธุ์ โดยมีทั้งสีเขียว สีเหลือง สีขาว สีฟ้า และสีดำน้ำตาล เป็นต้น

8.ล็อบสเตอร์เปลือกนิ่ม รสชาติชวนชิมยิ่งกว่า

ล็อบสเตอร์ที่เราทานกันปกติทั่วไปจะเป็นล็อบสเตอร์เปลือกแข็ง ซึ่งจริงๆ ก็ถือว่าอร่อยมากอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ในต่างประเทศนั้น ยังค้นพบว่ามีล็อบสเตอร์ที่อร่อยนุ่มละมุนลิ้นยิ่งกว่า นั่นก็คือล็อบสเตอร์เปลือกนิ่ม ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นล็อบสเตอร์พันธุ์ใหม่ที่แปลกประหลาดหายาก

แต่เป็นล็อบสเตอร์ที่เพิ่งลอกคราบและอยู่ในช่วงวัยเจริญเติบโตนั่นเอง เหมือนๆ กับปูนิ่มบ้านเรานั่นแหละครับ ที่ลอกคราบแล้วกระดองเปลือกยังไม่แข็งเต็มที่ ก็กลายเป็นปูนิ่มที่รสชาติดีไปอีกแบบ ซึ่งล็อบสเตอร์เปลือกนิ่มเองก็เป็นเช่นนั้น โดยทั่วไปจะจับได้ในช่วงเดือน 7-10 ของทุกปี มีรสชาติหวาน หอม อร่อยและนุ่มกว่าล็อบสเตอร์เปลือกแข็ง

9.ล็อบสเตอร์ คือธุรกิจที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งปริมาณล็อบสเตอร์ลดน้อยลงมากเท่าไร ความต้องการล็อบสเตอร์ก็มีมากขึ้นเท่านั้น กฎหมายในการควบคุมและการจับล็อบสเตอร์ก็ค่อนข้างเข้มงวด เพื่อให้สามารถยังคงให้ธรรมชาติผลิตล็อบสเตอร์ได้เพียงพอทันกับความต้องการของคนทั้งโลก

และด้วยความต้องการล็อบสเตอร์ที่มีมากนี้เอง จึงทำให้ธุรกิจขายกุ้งล็อบสเตอร์นั้น มีมูลค่าสูงอย่างมหาศาล โดยปัจจุบันมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านดอลล่าร์ และ Main คือผู้ผลิตและจำหน่ายกุ้งล็อบสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

10.ล็อบสเตอร์คือยาชูกำลังชั้นดี

ในคุณประโยชน์ของล็อบสเตอร์แล้ว ว่ากันว่าล็อบสเตอร์เป็นยาชูกำลังชั้นดี เป็นยาโดฟที่ช่วยบำรุงสมรรถภาพ ซึ่งแม้หลายๆ คนอาจจะไม่ได้มีความเชื่อเช่นนั้น แต่เพียงแค่การพาคนรู้ใจออกไปทานดินเนอร์มื้อค่ำด้วยกันแล้วมีล็อบสเตอร์เป็นเมนูพิเศษไฮไลท์ เพียงเท่านั้นก็ช่วยเพิ่มความพิเศษให้กับช่วงเวลาสำคัญ และทำให้เกิดความโรแมนติกขึ้นในความสัมพันธ์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว 

ไม่ว่าจะมีความจริงอีกกี่ข้อที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องราวของเจ้ากุ้งล็อบสเตอร์ แต่หนึ่งในความจริงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยก็คือ ล็อบสเตอร์คือเมนูอาหารทะเลที่อร่อยที่สุดอย่างหนึ่งที่โลกนี้เคยมีมา ซึ่งสามารถนำไปทำเป็นเมนูได้หลากหลาย หรือจะแค่นึ่งสุกกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดก็อร่อยจนหยุดไม่อยู่แล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง