ปูทาราบะ

‘Red King Crab’ เลือกอย่างไร ให้ได้เนื้อแน่น เนื้ออร่อย

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

ปูทาราบะ หรือ Red King Crab สุดยอดปูที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยและขนาดตัวใหญ่ติดอันดับโลก คือปูที่มีราคาต่อกิโลกรัมค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ยแล้วจะตกอยู่ที่ 2,500 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นไป

ซึ่งใครก็ตามที่อยากลิ้มลองรสชาติของ ปูทาราบะ ย่อมไม่อยากได้ปูที่เนื้อน้อย เนื้อไม่แน่นอย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้ เราจะพาไปพบกับวิธีการเลือกปูทาราบะกันว่า เลือกอย่างไร ให้ได้ปูทาราบะ เนื้อแน่น เนื้อเยอะ และเนื้อสดหวานฉ่ำ อร่อยที่สุด ซึ่งมีแนวทางที่ต้องใส่ใจ ดังต่อไปนี้

ปูทาราบะ

1.เลือกปูทาราบะที่โตเต็มที่

หลายคนอาจจะงงๆ ว่า ทำไมต้องเลือกปูที่โตเต็มที่ด้วย คำตอบก็เพราะ ธรรมชาติของปูทาราบะ รวมถึงปูทุกชนิดนั้น จะต้องมีการลอกคราบเสมอ ซึ่งเมื่อปูทำการลอกคราบ ก็จะทำให้เนื้อ ก้าม กระดอง และความแข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่างของปูหายไป หลังจากลอกคราบปูจะกินอาหารเยอะ เพื่อค่อยๆ ฟื้นฟูเนื้อให้เติมกระดอง เต็มก้ามใหม่อีกครั้ง

ดังนั้น หากเราไม่ได้เลือกซื้อปูทาราบะที่โตเต็มที่แล้ว ก็จะได้เนื้อปูที่น้อยกว่าปกติ ไม่แน่น ไม่เยอะ และไม่ได้รสชาติความอร่อยที่สมบูรณ์เต็มที่ ซึ่งปูทาราบะที่โตเต็มที่นั้น ก็สังเกตได้จาก สีสันของกระดองที่จะเข้มสนิท ก้ามขา ยาว แข็งแรง ดวงตาใส ไม่ขุ่น และมีขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ หนักตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป

2.เลือกปูทาราบะตัวเป็นๆ สดๆ

นอกจากการลอกคราบที่ทำให้เนื้อปูหายไปได้แล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้เนื้อปูรุ่ย ร่วน และพร่องหายไปก็คือ ปูที่ตายแล้ว หรือปูฟรีชแช่แข็ง เพราะตามธรรมชาติเมื่อปูตายลง เนื้อจะสลายหายไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับเวลาที่คนเราตายและเนื้อเน่าเปื่อยนั่นแหละครับ

ดังนั้น การจะการันตีว่าจะได้ปูทาราบะที่เนื้อแน่น เยอะ และอร่อยที่สุด จึงต้องเป็นการเลือกซื้อปูทาราบะตัวเป็นๆ สดๆ เท่านั้น เพราะสำหรับปูทาราบะฟรีซแช่แข็ง เราจะไม่รู้เลยว่า ตายมานานแล้วเท่าไรก่อนนำไปฟรีซ และกระบวนการฟรีซ เก็บรักษานั้นได้มาตรฐานหรือไม่ เพราะหากทำไม่ดี โอกาสที่เนื้อจะเสียคุณภาพ รสชาติไม่อร่อย ก็จะยิ่งมีมากตามไปด้วย

READ  ‘กุ้งล็อบสเตอร์’ ทานอย่างไรให้อร่อย จนต้องร้องขอชีวิต

3.เลือกปูทาราบะที่น้ำหนักตัวมากๆ

ถ้าอยากได้ปูทาราบะที่เนื้อแน่น เนื้อเยอะ ก็ต้องเลือกปูทาราบะตัวที่ใหญ่ บิ๊กไซส์เอาไว้ก่อน หลายคนอาจมองว่าที่ปูหนักนั้นเป็นเพราะหนักกระดอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว น้ำหนักตัวของปูจะมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับเนื้อด้านในตัวปูต่างหาก

ดังนั้น ถ้าเราต้องการกินเนื้อปูทาราบะแบบแน่นๆ เน้นๆ กินกันเป็นปาร์ตี้หลายคน และอยากให้ทุกคนได้ลิ้มรสชาติความอร่อยของเนื้อปูทาราบะอย่างทั่วถึง อิ่มทั่วกันทุกคนล่ะก็ อย่าเลือกปูตัวที่เบาที่สุด แต่ให้เลือกที่หนักๆ เข้าไว้ ตั้งแต่ 3.5 กิโลขึ้นไป หรือยิ่งหนักเท่าไรได้ก็ยิ่งดี ซึ่งถึงแม้ยิ่งหนักจะยิ่งแพง แต่เราก็ยิ่งได้เนื้อปูที่มีคุณภาพอันแน่น อร่อย และปริมาณที่คุ้มค่าแน่ๆ

ปูทาราบะ

แนวทางในการเลือกปูทาราบะที่กล่าวไปข้างต้น เพื่อให้ได้ปูที่มีเนื้อเยอะ แน่น มีคุณภาพและรสชาติอร่อยนั้น จริงๆ แล้วไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกปูทาราบะอย่างเดียว แต่กับปูชนิดอื่นๆ ปูทะเลอื่นๆ ก็สามารถใช้หลักการนี้ได้เช่นกัน เพื่อให้เราได้ปูที่มีคุณภาพที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง